เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอีดิ้ลฟิตรี ช่วงเวลาแห่งความปีติ การแบ่งปัน และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดเดือนรอมฎอน Guerlain จึงนำเสนอผลงานศิลปะระดับ Exceptional Art Piece เอดิชั่นพิเศษ สำหรับช่วงเวลาแสนพิเศษนี้ งานช่างฝีมืออันประณีตจากเวิร์กช็อปงานปัก Vermont ได้มาบรรจบกับแนวคิดการรังสรรค์กลิ่นอายอันโดดเด่นของสุคนธกรแห่ง Guerlain ขวด Bee Bottle ขนาดหนึ่งลิตรอันสง่างาม ประดับด้วยแลคเกอร์ไล่เฉดสีดำอันล้ำค่าและไม่เคยมีมาก่อน เสริมความโดดเด่นด้วยสายเพิร์ลระยิบระยับที่ทอดตัวราวกับสายน้ำ เป็นการคารวะต่อวัฒนธรรมตะวันออก ซึ่งเพิร์ลเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความสง่างาม สำหรับลิมิเต็ดเอดิชันที่มีการกำกับหมายเลขนี้ ขวดอันล้ำค่าบรรจุ L’Heure Dorée น้ำหอม Eau de Parfum โทนแอมเบอร์และไม้หอมชวนให้หลงใหล ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับการเฉลิมฉลองนี้เท่านั้น
เพื่อมอบการประดับตกแต่งอันงดงามและเปี่ยมด้วยบทกวีให้แก่น้ำหอมชิ้นพิเศษนี้ Guerlain จึงร่วมงานกับบรมครูแห่งศิลปะงานปัก นับตั้งแต่ปี 1956 เวิร์กช็อป Vermont ได้รังสรรค์งานปักอันวิจิตร ณ ใจกลางกรุงปารีส ให้แก่ห้องเสื้อโอต์กูตูร์ระดับสูงสุด ถ่ายทอดและสืบสานทักษะความชำนาญอันเป็นมรดกจากอดีต ดุจสถาปนิกแห่งสิ่งที่มองไม่เห็น ช่างปักเหล่านี้ร่วมกันร้อยเรียงความมหัศจรรย์ ไข่มุก เลื่อม คริสตัล และเส้นด้าย ถูกแปรเปลี่ยนภายใต้สัมผัสของพวกเขา ให้ผืนผ้ากลายเป็นผลงานศิลป์อย่างแท้จริง
ด้วยบทบรรเลงแห่งเงาสะท้อนและประกายมุกอันละเมียดละไม ขวด Bee Bottle ไอคอนเหนือกาลเวลาที่ได้รับการยกย่องมาเกือบ 170 ปี ได้รับการประดับด้วยงานปักอันประณีต ซึ่งไข่มุกเรียงร้อยราวกับสายน้ำที่หลั่งไหลอย่างอ่อนช้อย ด้วยแรงบันดาลใจจากเทคนิคงานปักที่ประณีตอย่างยิ่ง ขวดน้ำหอมซึ่งเคลือบแลกเกอร์ไล่เฉดสีดุจรัตติกาลลึกลับที่ถูกแต่งแต้มด้วยประกายแสงอันแผ่วเบา ได้รับการยกระดับด้วยการประดับลูกปัดเป็นสายระยิบระยับ โอบรับผิวแก้วและขับเน้นเส้นสายอันอ่อนช้อย ไข่มุกทุกเม็ดที่ถูกเย็บ เส้นด้ายทุกเส้นที่ถูกดึงตึง ล้วนสะท้อนถึงความอดทนและความแม่นยำ เป็นบทกวีอันเงียบงันที่ปลุกเร้าทั้งสายตาและจิตวิญญาณ เพื่อเติมเต็มผลงานชิ้นนี้ ชื่อของน้ำหอม L’Heure Dorée ได้รับการแกะสลักอย่างประณีต ณ ใจกลางของขวด
รังสรรค์โดย Delphine Jelk สุคนธกรแห่งเมซง L’Heure Dorée คือผลงานกลิ่นอายอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่การเฉลิมฉลองครั้งนี้ กลิ่นหอมเปิดตัวด้วยโทนเครื่องเทศของกระวาน ก่อนจะเผยความสง่างามของกุหลาบอันยิ่งใหญ่ ซึ่งผสานความอ่อนโยนเข้ากับความร้อนแรงอย่างกลมกลืน จากนั้นกลิ่นจะถูกยกระดับด้วย opopanine แอคคอร์ดแอมเบอร์ในตำนานของ Shalimar ที่ได้รับการเติมเต็มด้วยสัมผัสของน้ำตาล มะพร้าว และไม้จันทน์หอม กลิ่นที่หลงเหลือสะท้อนจิตวิญญาณแบบโอเรียนทัลอย่างครบถ้วนของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ พาประสาทสัมผัสให้เดินทางสู่จักรวาลแห่งแสงสว่าง ราวกับลมหายใจศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเก็บรักษาไว้ภายในขวด
ขวด Bee Bottle อันเป็นไอคอน ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นครั้งแรกในปี 1853 เพื่อเฉลิมฉลองพิธีอภิเษกสมรสของจักรพรรดินีเออเชนี และจักรพรรดินโปเลองที่ 3 ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่อีกครั้ง ในเอดิชันพิเศษขนาดหนึ่งลิตรอันเป็นเอกลักษณ์ เสริมความงดงามด้วยแลคเกอร์สีดำลึกหรูหรา พร้อมเอฟเฟกต์ไล่เฉดสีอย่างละเมียดละไม ออกแบบโดย Pochet du Courval ผลงานศิลป์ชิ้นนี้เป็นดั่งบทพิสูจน์ของงานหัตถศิลป์ที่สืบทอดมายาวนานหลายศตวรรษ และยังคงสะท้อนความร่วมสมัยอันเหนือกาลเวลา ช่างเป่าแก้ว ผู้สืบทอดงานฝีมือจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่ปี 1623 ล้วนเปี่ยมด้วยความเชี่ยวชาญอันโดดเด่น ยกระดับแก้วให้มีคุณค่าและความสูงส่งไม่ต่างจากคริสตัล